หลักการตลาดจาก Emily in Paris

หลักการตลาดจาก Emily in Paris – Emily in Paris ซีรีส์คุณภาพจาก Netflix Original ที่บอกเล่าเรื่องราวของ Emily Cooper สาวน้อยนักการตลาดสุดสดใสจากมหานครชิคาโก ที่ต้องจับพลัดจับผลู กลายเป็นตัวแทนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ไปทำงานที่บริษัทด้านการตลาดสุดหรู ที่มหานครแห่งความโรแมนติกอย่างเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยที่ไม่รู้ภาษาฝรั่งเศสเลยแม้แต่น้อย เรื่องราววุ่นๆ ที่ชวนให้ติดตามจึงเกิดขึ้น

นอกจากเนื้อหาที่สนุก ชวนให้ติดตาม เอาใจช่วยสาว Emily ที่ต้องไปเผชิญกับโลกใบใหม่ของเธอแล้ว ซีรีส์ยังแฝงเนื้อหาการตลาด ที่มีประโยชน์ต่อเหล่าผู้ประกอบการอีกด้วย ซึ่งในวันนี้ เราจะมาดูกันว่าหลักการตลาดเหล่านี้ มีอะไรบ้าง

*เนื้อหาในคอนเทนต์มีการสปอยล์เนื้อหาบางส่วนของซีรีส์ ถ้าใครยังไม่ได้ดูให้รีบไปดูเลย!*

Influencer marketing (KOLs)

ถ้าไม่พูดถึงการตลาดดิจิตอลก็คงถือว่าไม่ได้ดูเรื่องนี้ เพราะเป็นหนึ่งในหลักการตลาดที่สาว Emily ใช้บ่อยที่สุด เราได้เห็น Emily หยิบมือถือขึ้นมาแชะภาพต่างๆ พร้อมโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างผู้ติดตาม (Followers) ในบัญชีของเธอ เป็นที่รู้กันว่าโซเชียลมีเดีย สามารถเปลี่ยนคนธรรมดาอย่าเราให้กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้ ซึ่งในเรื่องนี้ เราก็ได้เห็นสาว Emily เปลี่ยนจากคนธรรมดา กลายไปเป็น Influencer โปรโมทสินค้าให้กับแบรนด์ Durée หลังจากที่ผู้ติดตามของเธอเพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง โดยสิ่งที่แบรนด์ได้ประโยชน์จากเหล่า Influencer ก็คือการสร้างความรับรู้ถึงแบรนด์ (Brand awareness) ของเหล่าผู้ติดตาม นอกจากนี้เหล่า Influencer ยังมีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของเหล่าผู้ติดตามอีกด้วย ยกตัวอย่างในเมืองไทยเช่นกรณีของ ญาญ่า อุรัสยา ที่ไม่ว่าจะจับอะไรก็จะมีราคาแพงขึ้นมาทันที เพราะฐานผู้ติดตามที่เหนียวแน่นของเธอ พร้อมที่จะเปย์เงินในกระเป๋าเพื่อให้เป็นเหมือนเธอนั่นเอง

2. การตลาดกลิ่น

ในตอนที่ 4 “จูบก็แค่จูบ” ที่เราได้เห็น Emily พยายามขาย “กลิ่นหอม” ให้กับเจ้าของธุรกิจอสังหา Randy Zimmer ซึ่งเธอได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณอยากจะขายบ้าน ให้อบคุกกี้ กลิ่นหอมของคุกกี้ที่อบเสร็จใหม่ๆ จะทำให้ลูกค้านึกถึงบรรยากาศบ้านอันอบอุ่น” ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง เพราะกลิ่นหอมมีผลการรับรู้และการตัดสินใจของมนุษย์มากกว่าประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ จึงได้เกิดศาสตร์ที่เรียกว่า “การตลาดกลิ่น” ขึ้น โดยการเลือกปล่อยกลิ่นหอมที่สอดคล้องกับพื้นที่นั้นๆ เพื่อเติมเต็มบรรยากาศโดยรวมให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ธุรกิจจำนวนมากทั้งไทยและต่างประเทศได้ใช้หลักการตลาดกลิ่นในบริเวณร้าน เพื่อสร้างบรรยากาศ พร้อมกระตุ้นยอดขายสินค้าไปในเวลาเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น AP Thailand ที่มีการปรุงกลิ่นเอกลักษณ์ของแบรนด์ตัวเอง เพื่อให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ผ่านทางกลิ่น และกระตุ้นความทรงจำที่เกียวข้องกับแบรนด์ในทุกครั้งที่พวกเขาได้กลิ่นนั้นอีก

3. การตลาดดิจิตอล/ การตลาดออนไลน์

นับว่าเป็นงานหลักของ Emily เลยทีเดียว เพราะเธอย้ายมาจาก Chicago เพื่อทำการตลาดออนไลน์ให้กับแบรนด์หรูอย่าง Savoir การตลาดดิจิตอลคือการใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram หรือ Twitter ในการสร้างตัวตนของแบรนด์บนโลกออนไลน์ (Online presence) และทำการสื่อสารกับลูกค้าบนโลกออนไลน์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย (Online marketing communication) ไม่ว่าจะเป็นการโพสท์รูปภาพ วิดิโอ หรือคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ซึ่งจะเห็นได้ในตอนที่ 3 “เซ็กซี่หรือเหยียดเพศ” ที่เธอได้แนะนำให้โพสต์โฆษกณาของน้ำหอมตัวใหม่บนโลกออนไลน์ พร้อมตั้งโพลล์ว่า “Sexy or Sexist” เพื่อสร้าง Engagement ให้กับโพสต์และทำให้เกิดการพูดถึงในวงที่กว้างขึ้น (grossing) นับว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ชาญฉลาดในการกระตุ้นให้ลูกค้าได้รู้จักกับแบรนด์ หรือการสร้าง brand awareness ได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Netflix

สามารถขอคำปรึกษาเเละทดลองผลิตภัณฑ์ของทาง VibesLAB ได้ที่: https://vibeslab.co/request-free-trial/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line@ – https://line.me/R/ti/p/%40fol0845c
Facebook Page – https://www.facebook.com/vibeslaboratories/
Instagram – vibeslaboratories
Website – vibeslab.co

Contact Vibeslab

35/2 Soi Yenakart 3, Chongnonsee, Yannawa,
Bangkok 10210 Thailand

Contact Vibeslab

35/2 Soi Yenakart 3, Chongnonsee, Yannawa,
Bangkok 10210 Thailand

Contact Vibeslab

35/2 Soi Yenakart 3, Chongnonsee, Yannawa,
Bangkok 10210 Thailand